อัสสัมชัญ อุโฆษสมัย เล่มที่ 005

ปีที่พิมพ์:
1914
จำนวนหน้า:
136
ภาษา:
ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส
สถานที่พิมพ์:
โรงพิมพ์อัสสัมชัญ
คำสำคัญ:
-

อัสสัมชัญ อุโฆษสมัย (Echo de L'Assomption)

          หนังสือรวมบทความต่าง ๆ ในโรงเรียน และในสังคม สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ ความคิดของชาวอัสสัมชัญ และสังคมไทย ณ ขณะนั้น เจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการทำหนังสือ และมีสังฆราชเรอเน แปร์โรสเป็นบรรณาธิการ อัสสัมชัญ อุโฆษสมัยตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1913 ในระยะแรกจัดพิมพ์ปีละ 4 เล่ม ก่อนปรับลดลงเหลือ 3 และ 2 เล่ม จนยุติไปเมื่อปี ค.ศ 1941 เนื่องจากไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2

ในเล่มนี้ประกอบไปด้วย


บทภุชงคะ ปะยาตฉันท์ 12 เรื่อง "คำอวยพรให้อุโฆษสมัย"
โดย ผกา กาญจน์ ของสมาชิกส่งมา
หน้า 180  

          เขียนว่า...

"สดับพรสุนทรใน            อุโฆษไขพิไลย์เพลิน

สนิท เพราะเสนาะเพลิน    วิเวกโสตรวิเศษครัน"


"ผู้ดี หรือผู้ลากมากดี"
โดย ศ,ล,ป
หน้า 275

          เขียนว่า...คำว่า "ผู้ลากมากดี" นี้ ได้เกิดขึ้นภายหลัง ตามเสียงที่พูดกันได้ความว่า...มีผู้ประดิษฐ์พูดขึ้น เพื่อเย้ยไยไพความว่า "ผู้ดี" คือ เมื่อครั้งโบราณกฎหมายยังอนุญาตให้เปนนายเปนทาษกันได้ ผู้ใดที่มีทรัพย์ หรือมียศภาบรรดาศักดิ์ ก็มีผู้นับหน้าถือตามาก ไม่มีคำใดจะใช้เปนคุณนามของท่านที่ดีไปกว่าผู้ดี เพราะฉนั้นท่านเลยสัณนิฐานเอาว่า...ท่านเปนผู้ที่สมควรจะได้รับสมยาอันนี้ และก็อยากจะให้เปนเกณฑ์เสียทีเดียวว่า...คำว่าผู้ดีนี้ได้แต่งตั้งขึ้นสำหรับคนถานท่าน แต่ฝ่ายพวกทาษ หรือไพร่ ออกจะไม่เห็นด้วย เพราะมีนายบางคนที่ข่มบ่าวอย่างเหลือทน จะว่าท่านเปนผู้ดีอย่างไรได้ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมาโดยตรง เลยพูดกันถานบ่าว ๆ ซึ่งทำการแบกหามว่า "ผู้ลากมาก ๆ ด้วยกันดี" คือ คำว่า "ผู้ลากมากดี"  นี้เอง พูดให้สั้นเข้า เพื่อล้อคำว่า "ผู้ดี" เล่นเท่านั้น


บทสัททูลวิกีพิตฉันท์ 19 เรื่อง "คำอวยไชย"
หน้า 279  

          เขียนว่า...

"เจริญสมบัติ ศิริ อายุวรรณ ศุข พลำ

เหมือน พร อุโฆษ ยัง ชโย"


"ระวัง สุนัข"
โดย ลออง
หน้า 282 

          เขียนว่า...ท่านทั้งหลายคงจำสุภาษิตบทนี้ได้ว่า "อย่าตื่น ตีตัวตาย ก่อนไข้" ไม่ว่าเด็กแลผู้ใหญ่ ถ้าประพฤติตรงข้ามกับสุภาสิตบทนี้แล้ว ก็มักจะได้ความยากและลำบากต่าง ๆ คนชนิดนี้ถ้าไปพบเครื่องหมายที่มีว่า "ระวังสุนักข์" จึงไม่สามารถผ่านพ้นประตูของความสำเร็จไปได้ จะคอยพะวงถึงเครื่องหมาย "ระวังสุนักข์"


"น้ำตามหาโจร"
โดย ระคน
หน้า 291 

          เขียนว่า...เป็นอาหรับตำนาน แต่ก่อนกาลออกอ้าง พระเจ้าสร้างสิ่งสรรพ์ ดิน สวรรค์ เทพย์ มนุษย์ ทุกสิ่งสุดสิ้นภพ สมัยนั้นยังมีนางเปอรีหนึ่ง ท่องเทียวเหาะล่องหนเหิน ใกล้เกินเกือบทวารอุทยานสวรรค์ หฤหรรษ์คลาศสู่เทพย์เฝ้าอยู่ท้วงทัก หยุดชงักนางถาม ไยจึงปรามห้ามนัก เทพารักษ์เฝ้าทวาร แถลงสารโดยตรง ปถมวงษ์แห่งน้อง ทำผิดต้องลงทัณฑ์ จอมสวรรค์สาปไว้ สั่งว่าอย่าปล่อยให้ เหยี่ยวด้าวแดนสวรรค์เทียวนา


โคลงสุภาษิตสด
โดย ศ.ล.ป.
หน้า 297 

          เขียนว่า...ความรู้ช่วยตัวเปนรั้วอย่างดี


"บำรุงวิทยา"
โดย ผักกระเฉด
หน้า 297 

          เขียนว่า...มนุษย์เราถึงแม้จะมีกำลังเรี่ยวแรงอ่อนเปลี้ย เพลียกว่าสัตว์ก็จริง ทำไมอาจจะบังคับบัญขามันได้เล่า และทำไมเราจึงอาจสามารถจะทำให้ธาตุ หรือสรรพสิ่งเช่นดิน และฟ้า ลม อากาศ มานบนอบเราได้ตามสมประสงค์ อ๋อนั่นไม่ใช่อื่นไกล คือ สติสัมปชัญญะของเรานั่นเอง


"ข่าวฉลอง ท่านภราเทอร์ไมเกอล์"
โดย บั๊ดเตอร์ไฟล์
หน้า 300  

          เขียนว่า...เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน ท่านเจษฏาจารย์ ไมเกอล ผู้เปนนายกของอัสสัมชัญสมาคมชั้นรอง แลครั้งนี้และเปนครั้งที่สองที่ได้มีการฉลองของท่านนายกของสมาคม


"นิทานเมืองนรก"
โดย ปณรสี 
หน้า 301 

          เขียนว่า...ครั้นเมื่อพระยามัจจุราช รับเทวบัญชาจุติขึ้นมาจากอบายภูมิแล้ว ก็มาสู่มนุษย์โลก กระทำหน้าที่ของท่าน มีปลิดชีวิตสัตว์ให้ดับไปด้วยอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ในคราวเดียวกันนั้นท่านบัณฑิตย์คนหนึ่งถูกอยู่ในจำนวนนี้ด้วย ก็เลยต้องลงไปรับโทษในนรก เพราะหนังสือของกระวีผู้แต่งไม่เข้าเรื่อง มีปั่นหัวมนุษย์ให้หลงคิดไปในทางที่ผิดและยั่วยวน กามราค กระทำให้มนุษย์มีใจห่อหุ้มหนาแน่นไปด้วยกิเลศ อันเปนเครื่องกีดกันการเจริญศีลธรรมสมาธินั้น ย่อมคงอยู่แก่โลกนานนัก ว่าแล้วก็จับตัวตาบัณฑิตย์โยนลงไปในขุมขี้เท่าอันร้อนแรงราวกับไฟฟ้าฟาด พลางประกาศว่า ใครอย่าฉุดลากขึ้นจนกว่าหนังสือที่ได้แต่งไว้จะสิ้นสูญไป


"ข่าวไกลบ้าน"
โดย ฟ.ฮีแลร์
หน้า 305

          (วันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1914) เขียนว่า...บัดนี้ข้าพเจ้ามาถึงเมืองชาโตรู อินทร์แล้ว และยังไม่มีธุระการอะไรสำคัญ นอกจากช่วยนายทหารบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ พระสงฆ์และภราเทอร์ที่มาช่วยในท้องที่ ๆ มีผ้าพันแขนสีขาว ซึ่งมีไม้กางเขนสีแดงตรงกลางเปนสำคัญ พันแขนซ้ายทุก ๆ องค์ ส่วนข้าพเจ้ามีพิเศษอยู่อีกสิ่งหนึ่ง คือหมวกขาวซึ่งข้าพเจ้าเอามาจากกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าเอาไว้ใส่เสมอ และไม่ว่าข้าพเจ้าไปไหนมาไหน มีคนเขาคำนับและติดตามล้อมอยู่เสมอ ต่างมาถามข่าวเรื่องเมืองไทย จนต้องหยุดเทศน์กลางถนนก็มี รับเชิญไปเทศน์ในที่ประชุมสโมสรต่าง ๆ ก็มี แหมเขาอยากฟังเหลือเกิน ข้าพเจ้าเสียดายที่ไม่ได้เอารูปเมืองไทยมาให้เขาดู เขาก็จะยินดีใหญ่


"พ่อง่อย"
โดย แสงอรุณ
หน้า 308 

          เปนการนำบทความจากเรื่อง "ดีกริปล์ บอย" ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษมาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม


"กาเนด เดมาร์"
โดย ภ.ต.ว.
หน้า 314   

          เขียนว่า...นาย อ.(อัสสัมชัญอุโฆษสมัย) ออกจากโรงเรียนอัสสัมชัญ โดยมุ่งหมายหวังว่าจะได้พบเพื่อนที่รัก ซึ่งมาอยู่ในเมืองเบลยิก ครั้นเมื่อไปถึงเขาบอกว่าเพื่อนนั้น ไปอยู่ที่เมืองสะแปนแล้ว เขาส่งให้มาหาที่เมืองสะเปน แต่ไม่สมประสงค์ ฝรั่งเศษได้ปิดทางไปรษณีย์เสียหมด อัสสัมชัญสมัยจึงมาถึงเมืองที่สะเปนไม่ได้ ตกลงไม่ได้พบกัน เสียใจแท้ ๆ


"จับขโมยม้า"
โดย เยื้อน ประดิษฐ์ (ชั้น 2 อังกฤษ)
หน้า 315

           เปนตัวอย่างการแต่งเรื่องของนักเรียน ซึ่งการจับโขมยม้า โดยไม่ต้องมีพยาน หรือผู้รู้เห็น


"ฉลองท่านอธิการ โรงเรียนอัสสัมชัญ"
โดย ค.ส.
หน้า 319

           เขียนว่า...เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นักเรียนทั้งหลายได้มาพร้อมกันอยู่ณะที่โรงเรียน ยืนเรียงรายกันถ่ายรูปหลังสนามโรงเรียน แต่กว่าจะถ่ายได้นั้น ก็กินเวลาเกือบตั้งชั่วโมง ครั้งท่านมาถึงนั่งเก้าอี้ปรกติแล้ว เด็กนักเรียนสามคนที่ยืนเรียงอยู่ตรงหน้า ก็ก้มศีร์ษะลงคำนับ แล้วก็อ่านคำไชยมงคล เปนภาษาฝรั่งเศส อังกฤษแลไทย อ่านทีละคน คำไชยมงคลทั้งสามภาษานั้น ก็มีใจความลม้ายคล้าย ๆ กันคือ ขอบพระคุณท่านซึ่งได้ทำนุบำรุงมา แลขอพรต่อพระเปนเจ้า ให้ทรงไว้ซึ่งชีวิตท่านตลอดกาลนาน


"นายจรหัวคิดใหม่"
โดย จ.ร.ญ.
หน้า 319 

           เขียนว่า...เมื่อนายจรยังเล็ก อยู่ ได้เคยเรียนรู้จักภาษาอังกฤษอยู่กับเขาบ้าง แกมักจะอวดตัวว่าแก่เก่งร่ำไป เวลาที่จะพูดอะไรต้องมีคำอังกฤษแกมเสมอ และทำท่าทางคล้าย ๆ กับฝรั่งจ๋า เวลาที่แกจะคุยอะไรต่ออะไร คนที่ฟังต้องอำนวยตามแก่ แกจึงจะชอบ


"แก้โคลงทายในอุโฆษสมัย เล่ม 4"
หน้า 321

           เป็นการนำบทโคลงของผู้ที่ต่อโคลงทายมาลงหนังสือฉบับนี้


โคลงอาเวมาเรีย์
โดยอ.ด.ประยูร
หน้า 323

           เขียนว่า... 

"ข้าแต่พรหมจารีย์      สถิตที่ในสวรรค์

อยู่ศุขทุกนิรันตร์        ท่านประเสริฐเลิศนารี

นามท่านนั้นปรากฎ     ลูกประนตบทศรี

ต่อองค์พระมารีย์        ชุลีน้อมจอมมารดา"


"ความศุขอยู่ที่ไหน???"
โดย ซังตากรูซ
หน้า 323   

           เขียนว่า...มนุษย์เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ไม่ว่าไพร่หรือผู้ดีย่อมแสวงหาความศุขด้วยกันทั้งสิ้น แต่อนิจจาน่าสงสาร!!! มนุษย์โดยมากหาได้รู้จักไม่ว่า ความศุขนั้นอยู่ที่ไหน??? โอ้!!! ถ้าหากว่าท่านไม่เปนผู้โลภโลโก ขวนขวายกระวนกระวายเกินส่วนแล้ว ท่านอาจพบความศุขนั้นได้ทีเดียว


"ไฟไหม้ไม้ไม่ได้"
โดย นายประมวญ
หน้า 325 

           เขียนว่า...เขาเอาไม้นั้นใส่เอาไว้ในท่อผนึก ปิดมิดมิให้ลมอากาศเข้าออกได้ ทิ้งนึ่งไฟเสียสักครู่ แล้วเอาไปให้เครื่องแว๊กคิวอัมดูดลม อากาศแลไอน้ำ ซึ่งอยู่ตามรู้เส้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวไม้ออกให้หมด แล้วจึงเทน้ำยาที่ประสมไว้สำหรับป้องกันไม่ให้ไหม้นั้นลงในท่อแลอัดให้น้ำยาซาซึมเข้าไปในรู้เส้นไม้จนตลอด


โคลงทาย
โดย ศ.ล.ป.
หน้า 327  

           เป็นปริศนาที่แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทโคลง


กลอนทาย
โดย มูลกา
หน้า 327

           เป็นปริศนาที่แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอน


ข่าวฟุตบอล
โดย นายไก่
หน้า 328 

           เขียนว่า...เมื่อวันที่ 13 กันยายน ตีมฟุตบอลรุ่นเล็กอัสสัมชัญประลองยุทธ์กับตีมคฤศเตียนได้หนึ่งเสียสอง รุ่งขึ้นวันเสาตีมรุ่นใหญ่อัสสัมชัญได้เล่นกับตีมรุ่นใหญ่คฤศเตียนณะสนามเก่านี้อีกครั้ง โดยอัสสัมชัญรู้สึกว่ายังเปนหนี้คฤศเตียนอยู่ หลังจะใช้หนี้ หาสมประสงค์ กลับแถมเข้าเนื้ออีกโกล์หนึ่ง

           วันที่ 3 ตุลาคม ไล่กวดแย่งกันไปชิงกันมานัวเนียราวสี่ห้านาที หกล้มหกลุกไม่เปนท่าล้มทั้งยืนก็มี แต่ลงสุดท้ายก็ยังได้รับความกรุณาของพระพิรุณ คือท่านไม่ปราบให้ข้างใดข้างหนึ่งแพ้ เสมอกันทั้งสองฝ่าย

           วันที่ 12 พฤศจิกายน ตีมอัสสัมชัญได้ลงเรือสตีมเมอร์ไปเล่นกับตีมกิงล์กอลเลช ลงมือเล่นกันในตอนต้นอัสสัมชัญก็ถูกยิงถึงสามโกล์ และไม่ได้ยิงกิงสกอลเลชเลยสักโกล์เดียวกระทั่งเลิก


ข่าวไปสงคราม
หน้า 330 

           เขียนว่า...ตามที่เราได้ลงไว้ในอุโฆษสมัยเล่ม 4 นั้นว่า ท่านสังฆราชกับท่านพระสงฆ์ 15 องค์ และท่านภราเทอร์อีก 5 องค์ได้ออกจากกรุงเทพฯ ไปรับหน้าที่ในมหาสงครามคราวนี้ ต่อมาท่านภราเทอร์เลออนีดได้รับหมายเกณฑ์ไปอีกองค์หนึ่ง ลงเรือไปณวันที่ 30 กันยายนศกนี้


ข่าวสิ้นชีพ
หน้า 331

           ประวัติของครูทิม ได้เข้าเปนครูสอนหนังสือฝ่ายไทยในโรงเรียนอัสสัมชัญวันที่ 20 กรกฏา รัตนโกสินทร์ศก 115 บรรดานักเรียนในโรงเรียนนั้นย่อมรักใคร่นับถือในท่านมหาทิม โดยที่มีอัทธยาศรัยใจฅอกว้างขวางโอบอ้อมอารี มีกิริยาอันเรียบร้อย ทั้งเปนที่รักและนับถือบรรดาครู ซึ่งอยู่ประจำในโรงเรียนั้นเปนอันมาก


โคลงคำลาของท่านมหาทิม
โดย ทิมเปรียญ
หน้า 333 

           วันที่ 19 กรกกาคม พ.ศ. 2457 เขียนว่า...

มัจจุราชามหาเสโน     สัพ์พสัต์ เตวิหัญ์ญติ

ตัส์มาหิ เอกสัต์ โตปิ     มัจ์จุวสัม์มุต์ โต นัตถิ


           นายอุ๋ย เฮง ฮู เลขประจำตัว 2908 นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ แพนกภาษาฝรั่งเศส ได้เข้าเปนนักเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1911 ครั้งวันที่ 8 ตุลาคม ศกนี้ ได้ป่วยเปนไข้ มีอาการหนัก พอถึงวันที่ 15 ก็เสียชีพ