จามจุรี ไม้ระลึกชาติในอัสสัม

ผู้เขียน : วัฒภูมิ ทวีกุล
product

จามจุรี ไม้ระลึกชาติ ใน อัสสัม
ส.ศิวรักษ์ ใน อุโฆษสาร 1952 หน้า 91 - 93

 


          ในเมืองฟ้ามีต้นไม้วิเศษอย่างหนึ่งเรียกว่าต้นปาริชาต ปลูกอยู่กลางสวนนันทนะอุทยานของพระอินทร์ พระศจีมเหษีของพระอินทร์โปรดปรานยิ่งนัก ปรากฏในคัมภีร์ปุราณะของพราห์มณ์ว่า ต้นปาริชาตนี้เกิดจากการกวนเกษียณสมุทร

          เหตุที่จะกวนเกษียรสมุทรมีเรื่องเล่าว่า พระอินทร์ไปถูกฤาษีสาปให้เสื่อมจากฤทธิ์ ให้แพ้อสูร ตั้งแต่นั้นพวกอสูรก็พากันกำเริบรังควานเทวดา กรุงพาณอยู่กรุงโสณิตก็บังอาจฮึกเหิมขึ้นไปถึงดาวดึงส์ ไปเย้าหยอกนางฟ้าและเกิดวิวาทกับเทวดาเข้า เทวดาก็สู้ไม่ได้ เทวดาพากันไปทูลพระอินทร์ พระอินทร์ก็ชวนเทวดาไปฟ้องพระพรหม แต่พระพรหมจนใจไม่สามารถถอนคำสาปของฤาษีได้ ให้เทวดาไปเฝ้าพระนารายณ์ พระนารายณ์จึงแนะให้เทวดาผูกมิตรกับอสูรเสียชั่วคราว แล้วให้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อจะได้สุรหรือสุราเป็นน้ำอมฤตขึ้นมา กินเข้าไปแล้วจะได้ไม่ตาย(แต่กินมากไม่ดี ต้องกำหนดเวลากิน) ปาริชาตเป็นผลพลอยได้จากการกวนคราวนี้ด้วย

          เท่าที่กล่าวมานี้ยังไม่ได้บอกเลยว่าต้นปาริชาตเป็นไม้วิเศษอย่างไร เห็นจะต้องบอกเสียที่ว่า ต้นปาริชาตนี้เป็นไม้วิเศษใครได้กลิ่นแล้วรำลึกชาติได้ ในหนังสือกามนิตว่า “อาศัยกลิ่นปาริชาตทำให้ระลึกชาติเหนือ ๆ ขึ้นไปได้ ในอดีตภพนานไกล” ลักษณะของต้นปาริชาตคือ “ลำต้นและกิ่งเรียบรื่นเป็นสีแดงดั่งแก้ประพาฬ ใบแกมเหลืองแก่ ฯลฯ โรจน์ราวกับจะลุกไหม้ … มีกลิ่นหอมเป็นกลิ่นเดียว กลิ่นหอมอันน่าพิศวงไม่เหมือนกลิ่นหอมอื่น ๆ” นักปราชญ์บางท่านว่าปาริชาตนี้คือต้นทองกวาว บางท่านว่าคือต้นกรรณิการ์ แต่ถ้าใครขืนสูดกลิ่นต้นไม้ทั้งสองนี้ เพื่อให้รำลึกชาติได้แล้วรับรองว่าไม่สำเร็จ

          หวนมาพูดถึงโรงเรียนอัสสัมชัญของเรา เราไม่มีทั้งทองกวาวและกรรณิการ์ แต่เราก็มีไม้ปาริชาต ถึงจะไม่มีลักษณะลำต้นและกิ่งเรียบรื่นเป็นสีแดงดังแก้วประพาฬ ใบแกมเหลืองแก่ ฯลฯ อย่างปาริชาตบนสวรรค์ แต่ก็มีคุณสมบัติปาน ๆ นั้น ไม่ทันต้องได้กลิ่นหอมหรอก เพียงเอ่ยชื่อต้นไม้ต้นนี้ขึ้นเท่านั้น ก็ระลึกชาติได้ทันที ถึงจะระลึกในอดีตภพไม่ได้อย่างกามนิตกับวาสิฎฐี ก็ระลึกได้ถึงอดีตที่เคยเล่นตี่จับ ปูลิศจับขโมย โดยเฉพาะถูกยืนเสาใตต้นไม้นี้เป็นอย่างดี


ต้นไม้ต้นนี้ คือ ‘จามจุรี’ หรือ ‘ก้ามปูใหญ่ในอัสสัม(ที่ครูฮีแลร์ท่านว่าเป็น) ต้นแรกในสยาม’


          ก้ามปู (หรือจามจุรี) นี้ พจนานุกรมให้คำอธิบายว่า เป็นต้นไม้ขนาดเขื่องชนิดหนึ่ง ดอกสีชมพูแก่ ฝักเมื่อแก่สีน้ำตาลไหม้ ยาวราว 1 คืบ ภายในมีแป้งนวล ๆ รสหวาน ใช้เป็นอาหารโคกระบือ และสัตว์พาหนะได้ ใช้ปลูกเป็นไม้ร่ม และปล่อยครั่ง .... พจนานุกรมอธิบายคำนี้ละเอียดดีมาก บอกเสร็จว่าฝักไว้ทำอะไร ปลูกไว้ทำไม และให้ภาษาพฤกษศาสตร์ด้วยว่า Enterolobium Saman แต่พจนานุกรมไม่ได้บอกต่อไปว่าใช้เป็นประโยชน์ในการให้เด็กยืนเสาด้วยก็ได้ แต่ถึงกระนั้นบาทหลวงหลุยส์ รอมีเออ ก็คงตระหนักดีในข้อที่พจนานุกรมไม่ได้ให้คำอธิบาย ท่านจึงได้อุตส่าห์ลงแรงปลูกไว้ ต้นจามจุรีนี้ปลูกได้ไม่กี่เดือนก่อนที่คณะเจษฎาจารย์เซ็นต์คาเบรียลรุ่นแรกจะได้มาบริหารกิจการโรงเรียนอัสสัมชัญ

 

 

          เท่าที่กล่าวมานี้คงพาใจให้ท่านอัสสัมชนิกรำลึกชาติเมื่อสมัยอยู่โรงเรียนได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่อุปนิสัย เมื่อทำหนังสือ ‘อุโฆษสาร’ ปีกลาย คณะผู้จัดทำได้ไปกราบเท้าขอเรื่องจากท่านอัสสัมชนิกผู้ใหญ่หลายท่าน แต่ละท่านก็สนทนาวิสาสะด้วยเป็นอย่างดี ครั้นการสนทนาหวนมาถึงโรงเรียนพอเอ่ยถึงก้ามปูหรือจามจุรีใหญ่ ท่านเหล่านั้นก็รำลึกชาติได้ พากันเล่าเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนให้ฟังแทบทั้งนั้น


ท่านเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ เล่าถึงคุณงามความดีของครูบาอาจารย์ของท่าน


ท่านเจ้าคุณศราภัยพิพัฒ เล่าถึงโรงเล่นมุงจาก


คุณครูกิมเส็ง ทวีสิทธิ์เล่าถึงการเล่นอย่างวิตถารจนถูกคุณพ่อกะรองตอง(คังตอง) จับยืนเสา


คุณประยูร จรรยาวงษ์เล่าถึงเมื่อเด็ก ๆ ไปเขี่ยหนอนเล่นใต้ต้นก้ามปู ฯลฯ


          ที่ยกมากล่าวเพียงเท่านี้ก็เห็นจะพอยืนยันได้แล้วว่า ต้นจามจุรีเป็นไม้รำลึกชาติของอัสสัมชนิกจริง ๆ

          สำหรับท่านที่ไม่ค่อยจะได้มาโรงเรียน คงจะวาดภาพต้นจามจุรีไปคนละทางสองทาง ‘อุโฆษสาร’ ฉบับที่แล้วมีเด็กคนหนึ่งวาดภาพต้นจามจุรีเป็นกลอนส่งมาให้ในทัศนะของนักเรียนว่า


   จามเอ๋ยจามจุรี                          ต้นเจ้านี้ช่างใหญ่และใบหนา

เป็นที่พักของเหล่าสกุณา                 ทั้งบรรดามนุษย์ได้ร่มตน

พอหน้าหนาวถึงคราวจะสอบไล่        เจ้าก็ไม่ลืมทิ้งฝักเลยสักหน

ราวจะเตือนพวกข้าแต่ละคน          ให้ฝึกฝนเตรียมตัวเข้าสอบเอย


          ขณะที่จัดพิมพ์หนังสือ ‘อุโฆษสาร’ ฉบับแรก ต้นจามจุรีก็ยังใหญ่อยู่แต่ใบไม่สู้หนาเสียแล้ว ครั้นพอพิมพ์หนังสือออกเป็นเล่ม จามจุรีก็เสร็จเหมือนกัน แต่เป็นการเสร็จสิ้นสิ้นอายุสังขาร ต้นจามจุรีได้เป็นศรีอัสสัมชัญมากกว่า 50 ปี คนที่ทำงานมาพร้อม ๆ กับมันก็พากันล่วงลับและปลดชราไปตาม ๆ กัน ทางโรงเรียนอาลัยอาวรณ์จามจุรีต้นนี้ไม่น้อย ท่านเจษฎาธิการบดีฮูเบิร์ต สั่งให้เก็บไม้ไว้ทำสิ่งของเป็นอนุสาวรีย์อยู่ในโรงเรียนสืบไป

 

 


ถึงจามจุรีจะหายไปจากลานเล่น
แต่ชื่อก็คงยังฝังอยู่ในส่วนลึกแห่งหัวใจของอัสสัมชนิก
ถ้าเอ่ยถึงตราบใด ก็คงยังรำลึกถึงความหลังได้ตราบนั้น


 


Author: วัฒภูมิ ทวีกุล

อัสสัมชนิกเลขที่ 47985 รุ่น 126