ตึก ฟ.ฮีแลร์ : ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

ผู้เขียน : ชัยวัฒน์ สถาอานันท์
product

ตึก ฟ.ฮีแลร์

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ใน อุโฆษสาร 1971 หน้า 205 - 207

 


 

พระคุณครูท่านพ้น พรรณนา

สรรค์เสกอัสสัมฯพา กึกก้อง

ปวงศิษย์เทิดบูชา ชมท่าน ฮีแลร์

ตึกใหม่ใจเราพ้อง สฤษฎ์สร้างแทนคุณ

 

“บราเดอร์ครับ ! ผมจะขอสัมภาษณ์บราเดอร์สักหน่อยได้หรือไม่ครับ” ประโยคแรกที่ผู้เขียนพูดเมื่อไปยืนอยู่หน้าโต๊ะของท่านอธิการ ท่านยิ้มเล็กน้อย แล้วถามผู้เขียนว่าจะสัมภาษณ์เรื่องอะไร

 

“เรื่อง ตึก ฟ.ฮีแลร์ ครับ” 

 

ท่านก็ยอมให้สัมภาษณ์ ซึ่งผู้เขียนจะขอถ่ายทอดให้พี่น้องชาว เอ.ซี. ได้ทราบกันต่อไป

 

ผู้เขียน “เหตุใด บราเดอร์จึงคิดจะสร้างตึก ฟ.ฮีแลร์ นี้ขึ้นครับ ?”

 

ท่านอธิการ “ก็มีอยู่หลายเหตุด้วยกัน แต่ที่สำคัญ ๆ ก็มีอยู่ 2 ข้อ คือ สภาพตึกเก่านั้น ทรุดโทรมมากด้วยสร้างมาตั้ง 80 กว่าปีแล้ว ผนัง, กำแพงปูนก็กร่อนไป และอีกข้อหนึ่งคือโรงเรียนอัสสัมชัญเรามีห้องสำหรับใช้ ทำกิจกรรมพิเศษน้อยมาก ไม่พอกับจำนวนนักเรียนที่จะใช้”

 

ผู้เขียน “ครับ ! แล้วบราเดอร์คิดจะสร้างตึกนี้น่ะ ก่อนมรณกรรมของบราเดอร์ฮีแลร์ หรือหลังมรณกรรมของท่านครับ”

 

ท่านอธิการ “อันที่จริง คิดไว้นานแล้ว แต่ว่าเพิ่งจะดำเนินงานสร้างจริง ๆ หลังจากที่ บราเดอร์ฮีแลร์ ถึงแก่กรรมไปแล้ว”

 

ผู้เขียน “เป็นอันว่า ตึกนี้ถือกำเนิดขึ้นมาได้ก็ด้วยมรณกรรมของ บราเดอร์ฮีแลร์ เป็นแรงบันดาลใจ จริงไหมครับ เพราะตอนบราเดอร์ฮีแลร์ถึงแก่กรรมไป ผมเห็นบราเดอร์เสียใจมากทีเดียว”

 

ท่านอธิการ (มองเหม่อไปเล็กน้อย ผู้เขียนเชื่อว่าคำนึงถึงบราเดอร์ฮีแลร์เป็นแน่) “ถูกแล้วสิ บราเดอร์ฮีแลร์มีบุญคุณต่อโรงเรียนอัสสัมชัญเป็นอย่างยิ่ง ก็อยากจะสร้างอะไรเป็นอนุสรณ์สำหรับท่านสักอย่างหนึ่ง”

ผู้เขียน “ครับ ก็เลยเป็นตึก ฟ.ฮีแลร์ ที่สวยงามอย่างที่เห็นกันเวลานี้แหล่ะครับ อ้อ ! บราเดอร์ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายหรือเปล่าครับ”

 

ท่านอธิการ (ขยับตัวเล็กน้อย) “ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบ้างบางคนไม่อยากให้รื้อตึกเก่าเพราะเสียดาย แต่ก็ด้วยความจำเป็นและเหตุผลที่บอกแล้ว ก็เลยส่วนใหญ่สนับสนุน และให้ความร่วมมือด้วยดี.”

 

ผู้เขียน (ขยับตัวบ้าง) “ผมได้ทราบมาว่า สถาปนิกผู้ออกแบบนี้ เป็นอัสสัมชนิก ใช่ไหมครับ?”

 

ท่านอธิการ “ใช่เป็นศิษย์เก่า หลังจากเลือกดูแล้วก็พิจารณาเอาบริษัท “ธุระการค้า” เป็นผู้จัดสร้าง โดยมี เกรียงไกร พิมลมาศ และวัชรี ณ ลำพูน เป็นสถาปนิก มีนายศรีเครือ โวาทอง และ ธวัชชัย เทียนศรี เป็นวิศวกร.”

 

ผู้เขียน “เกี่ยวกับเรื่องเงิน ค่าสร้างตึก ผมทราบว่าราคาสูงกว่าที่กำหนดไว้ตอนแรกมากใช่ไหมครับ”

 

ท่านอธิการ (พยักหน้า) “ใช่ ตอนแรกเรากะไว้ประมาณ 5 ล้านบาท แต่เมื่อเพิ่มเติมสิ่งต่าง ๆ เข้าไป ตอนนี้ก็เป็นเงินราว 7 ล้านบาท จำนวนเงินนี้ไม่รวมค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าเฟอร์นิเจอร์และค่าตกแต่งต่างหากอีกราว 1 ล้านบาท”

 

ผู้เขียน “ครับ รวมแล้ว เราก็ต้องจ่ายเงินร่วม 8 ล้านบาท ว่าแต่โรงเรียนมีเงินพอหรือครับ ผมทราบมาว่า เรามีหนี้สินอยู่เหมือนกัน”

 

ท่านอธิการ “ถูกแล้ว เรายังเป็นหนี้เขาอีกราว 2 ล้านบาท”

 

ผู้เขียน “เอ้อ รวมเวลาในการสร้างตึก ฟ.ฮีแลร์ นี่นับไปแต่รื้อตึกเก่า จนบัดนี้ นานสักเท่าไรครับ?”

 

ท่านอธิการ (ตอบโดยไม่ต้องคิด) “รวม 1 ปี พอดี“

 

ผู้เขียน “ตามสัญญาที่โรงเรียนทำไว้ ตึกจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไรครับ ? และการสร้างนี้ใช้คนงานราวกี่คนครับ ?“

 

ท่านอธิการ “ต้องแล้วเสร็จในวันที่ 31 ธันวาคม ศกนี้ ตามสัญญา ส่วนคนงานน่ะ...ประมาณ 100 คนได้“

 

ผู้เขียน “ตามที่กำหนดไว้ ตึกนี้ต้องมีห้องอะไรบ้างครับ ผมได้ทราบว่า มีห้องเรียน 21 ห้อง ใช่ไหมครับ ?“

 

ท่านอธิการ “ไม่ใช่หรอก ตึก ฟ.ฮีแลร์นี้จะต้องมีห้องเรียน 22 ห้อง นอกนั้นก็จะมีห้องวิทยาศาสตร์ 2 ห้อง มีห้องแลบภาษา 1 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง ห้องออดิทอร์เรี่ยมที่จะจุคนได้ 200 คน 1 ห้อง ห้องพิมพ์ดีด 2 ห้อง ภาษาไทยห้องหนึ่ง, ภาษาอังกฤษห้องหนึ่ง นอกนั้นก็มีห้องธุรการ, ห้องทะเบียน, ห้องอธิการ, ห้องครูใหญ่และห้องประชุมเล็กสำหรับฝ่ายบริหารของโรงเรียนอีก ห้องพิพิธภัณฑ์, วัด, ห้องขายหนังสือ, ห้องอาหารของภราดา, และห้องพักของบรรดาภราดา.”

 

ผู้เขียน นึกในใจว่า “เออ ท่านอธิการจำรายละเอียดเกี่ยวกับตึก ฟ.ฮีแลร์ ได้หมดเชียวนะ” แต่ผู้เขียนก็ถามต่อไปว่า “แล้วโรงเรียนมีโครงการจะเพิ่มจำนวนนักเรียนหรือไม่ครับ ?”

 

ท่านอธิการ “จำนวนนักเรียนถ้าจะเพิ่ม เพิ่มได้อีกประมาณ 100 - 150 คน ไม่มากกว่านี้เพราะการสอนของเรานั้นมุ่งเน้นคุณภาพมากกว่า ปริมาณ จำนวนนักเรียนของโรงเรียนอัสสัมชัญ ทั้ง 2 แผนก ทั้งประถมและมัธยมไม่ควรเกิน 3000 คน นักเรียนที่เราสอนจึงจะมีประสิทธิภาพ และได้ผลสมดังเจตนารมณ์ของโรงเรียน”

 

ผู้เขียน “ครับ ก็จริงครับ ยิ่งนักเรียนมีมากคุณภาพก็ย่อมด้อยลงไปเรื่อย ๆ อ้อ ก่อนจะจบคำสัมภาษณ์ผมอยากทราบว่า ท่านอธิการมีความรู้สึกต่อตึก ฟ.ฮีแลร์ อย่างไร ท่านอธิการเอาใจใส่ดูแลตึกนี้มาแต่แรก และติดตามการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดนี่ครับ”

 

ท่านอธิการ (หยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า) “ความรู้สึกหรือ ก็เมื่อสร้างแล้ว อยากที่จะให้บรรดาครูทุกคนและนักเรียนทุกคน ที่ใช้สถานที่นี้ คือ ตึก ฟ.ฮีแลร์ นี้ให้เกิดประโยชน์ด้านความรู้ให้มากที่สุด และจะต้องช่วยกันรักษาดูแลให้ตึกใหม่นี้อยู่ในสภาพดีตลอดไปเท่าที่จะทำได้ เพื่อว่าอัสสัมชนิกรุ่นต่อ ๆ ไป จะได้ใช้เป็นที่ศึกษาเล่าเรียนได้ และอยากจะให้คิดถึงบราเดอร์ฮีแลร์ในด้านคุณงามความดี และบุญคุณที่ท่านมีต่อโรงเรียนอัสสัมชัญ นอกจากนั้นทางด้านหน้าจะมีรูปปั้นของคุณพ่อกอลมเบต์ไว้ด้วย เพื่อว่าเวลานักเรียนเรา เดินผ่านเข้าออกก็ขอให้นึกถึงบุญคุณท่านด้วย และถือหลักการกระทำตามแบบอย่างอันประเสริฐของท่าน และขอให้นักเรียนอัสสัมชัญทุกคน ปฏิบัติตามตัวอย่างคุณพ่อกอลมเบต์ และบราเดอร์ฮีแลร์ ทั้งนี้เพื่อความเจริญก้าวหน้าต่อส่วนร่วมและประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา”

 

ผู้เขียน “เอาละครับ ผมคิดว่าแค่นี้ จะทำให้ทุกคนรู้จักตึก ฟ.ฮีแลร์ ในทางความมุ่งหมายในการสร้างและอื่น ๆ พอสมควรแล้วนะครับ”

 

ผู้เขียนลุกขึ้นจากเก้าอี้และประนมมือไหว้ท่านอธิการ “ขอพรคุณบราเดอร์มากนะครับที่อุตส่าห์สละเวลาคุยกับผม และให้คำตอบต่อปัญหาต่าง ๆ ผมลาละครับ” แล้วผู้เขียนก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากโต๊ะของท่านอธิการ ปิดประตูเบา ๆ แล้วออกมาข้างนอก เบื้องหน้านั้นผู้เขียนเห็นตึกใหญ่ห้าชั้นที่กำลังก่อสร้างอย่างเร่งรีบอยู่ แต่เมื่อมองอีกที ผู้เขียนกลับมองเห็นดวงหน้าซึ่งผู้เขียนไม่เคยลืมเลย ดวงหน้าอันมีรอยย่นด้วยความชราภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความกรุณาปรานีอันเป็นคุณสมบัติประจำตัวของท่าน...บราเดอร์ ฮีแลร์.

 

10 ธ.ค. 14

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์


Author: ชัยวัฒน์ สถาอานันท์