พระยาอนุมานราชธนในรั้วอัสสัมชัญ

ผู้เขียน : วัฒภูมิ ทวีกุล
product

พระยาอนุมานราชธน 
(ยง เสฐียรโกเศศ)
อัสสัมชนิกเลขที่ 1112


          ศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในวงการนักศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศ ในนามปากกาของท่านว่า “เสฐียรโกเศศ” หนึ่งในชาวไทยที่ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เกิดเมื่อวันศุกร์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือนอ้าย ปีชวด ตรงกับวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) ที่ตำบลวัดพระยาไกร อำเภอยานนาวา จังหวัดพระนคร ท่านเป็นบุตรคนโต ของนายหลี หรือมะลิ และนางเฮียะ นามเดิมว่า ยง ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า “เสฐียรโกเศศ” แล้วได้ใช้นามสกุลนี้เป็นนามปากกาเรื่อยมา ท่านเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วเริ่มเข้าทำงานที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

          ต่อมาเข้ารับราชการที่กรมศุลกากร ได้รับพระราชทานเป็น ขุนอนุมานราชธน และได้เลื่อนเป็น หลวง เป็นพระ จนกระทั่งเป็น “พระยา” ในราชทินนามเดิม เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1924) ขณะอายุได้ 36 ปี นอกจากนี้ท่านยังเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ หลายตำแหน่ง เช่น ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกราชบัณฑิต ประธานกรรมการชำระปทานุกรม ประธานกรรมการบัญญัติศัพท์ภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ท่านได้แต่งหนังสือทางวิชาการจำนวนมาก ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เป็นที่แพร่หลายในหมู่นักศึกษาทั่วไป และอีกตำแหน่งที่สำคัญคือ อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งท่านได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สร้างความเจริญให้แก่กรมศิลปากรเป็นอันมาก

          พระยาอนุมานราชธนได้เขียนเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งท่านใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญไว้ดังนี้

เมื่อแรกเข้าเรียนในอัสสัมชัญ

          เมื่อเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญนั้น ข้าพเจ้าเรียนที่เรือนชั้นเดียว เรือนหลังนี้ใช้เป็นห้องสำหรับเด็กนักเรียนชั้นประถมและชั้นเตรียม ครูชั้นประถม ชื่อ ยอน เจมส์ เเป็นไทยเชื้อฝรั่ง (ภายหลังได้ไปรับราชการกลาโหม และเปลี่ยนชื่อเป็น นายนิยม รักไทย มีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงบวรบรรณารักษ์) วันแรกที่เข้าเรียน ครูยอน เจมส์ บอกให้ข้าพเจ้าอ่าน เอ บี ซี จากหนังสือภาษาอังกฤษเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ ข้าพเจ้าก็อ่านได้คล่อง ครูยอน เจมส์ ก็บอกให้ข้าพเจ้าอ่านอีก ข้าพเจ้าถึงกับร้องไห้เพราะไม่ทราบว่าจะอ่านออกได้อย่างไร เมื่อเลิกเรียนกลับบ้านก็เล่าให้บิดาฟัง


บิดาท่านก็สอนชี้ไขตรงนั้น
ให้ข้าพเจ้าอ่านตามในตอนหัวค่ำ
ครั้นรุ่งเช้าตรู่
บิดาก็ปลุกให้ลุกขึ้นอ่านทบทวนอีก
ทำให้ข้าพเจ้าจำได้ดีจนเกิดเป็นนิสัยติดตัว
จะต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อท่องหนังสือ





ครูกอเดโร

          ข้าพเจ้าเรียนชั้นประถมได้ 1 ปี เมื่อมีอายุได้ 12 ปี พอเข้าปีที่ 2 ก็ได้เลื่อนขั้นข้ามชั้นเตรียมไปเรียนชั้นหนึ่งเรียกว่า แสตนดาร์ดวัน (Standard One, Standard I) ครูประจำชั้นอายุ 30 ปีเศษ เป็นชาวโปรตุเกส ชื่อ นายกอเดโร (Cordiro) นักเรียนในชั้นครั่นคร้ามกันมาก เพราะถ้าเช้าวันไหนมีสีหน้าเคร่งขรึม ดูถมึงทึงอย่างบอกบุญไม่รับ ก็จะถูกตีได้ง่าย ถ้าบกพร่องในการเรียน หรือแสดงอาการอย่างลิงหลอกเจ้า


ครูวัน

          อีกท่านหนึ่งคือ ครูวัน ภายหลังมีบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวารศิริ (อัสสัมชนิกเลขที่ 11) ท่านเป็นครูประจำชั้น 2 สอนดีแต่เข้มงวดมาก ถ้าเขียนตามคำบอกผิด ก็ถูกตีฝ่ามือด้วยไม้บรรทัดตัวละที ท่านเป็นผู้มีฝีมือดีในเรื่องเล่นดนตรีฝรั่ง และร้องเพลงฝรั่งเสียงดังกังวานไพเราะน่าฟัง เและด้วยความรู้เรื่องดนตรีนี้เอง ภายหลังท่านจึงได้ไปรับราชการประจำในราชสำนักรัชกาลที่ 6 และเป็นผู้ชักนำพระเจนดุริยางค์ (ปีเตอร์ ไฟต์ หรือ ปิติ วาทยกร (อัสสัมชนิกเลขที่ 336) เข้าไปรับราชการในราชสำนักอีกตำแหน่ง


อ้ายทู่ - อ้ายเด่น

          ครูประจำชั้นเหนือชั้นสองขึ้นไปเป็นฝรั่งมีอยู่ด้วยกันสองคน มีฉายาตามรูปร่างหน้าตา 

          คนแรก รูปร่างอ้วน และสูงใหญ่ หน้าตามู่ทู่ และแดงก่ำอยู่เสมอ จึงเรียกว่า อ้ายทู่

          คนหลัง รูปร่างสูงใหญ่ หน้าขาว ไม่อ้วน จึงเรียกว่า อ้ายเด่น

          ทั้งสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน นามสกุล โอเลียรี เป็นชาวไอริช


บาทหลวง - เจษฎาจารย์

         ขณะที่เรียนอยู่มีบาทหลวงอยู่ประจำในโรงเรียน 3 องค์ คือ พ่อกอลมเบต์ พ่อเฟอรเลย์ ผู้นี้เคยมาสอนภาษาอังกฤษ มีเมตตา แม้ในระยะต่อมาที่คุณพ่อเฟอรเลย์พ้นจากหน้าที่การสอนไปแล้ว เวลาพบปะท่าน ท่านก็ยังทักทายปราศรัยกับข้าพเจ้าอยู่เสมอ ส่วนบาทหลวงอีกองค์ที่เรียกกันว่า กันตอง ซึ่งจำได้ว่าท่านลงโทษนักเรียนเก่ง ใช้วิธีหยิกจนเจ็บทีเดียว แต่ก็ยังดีกว่าใช้วิธีตบหน้าอย่างแรงแบบพวกครูเจษฎาจารย์ลางคน แต่ก็เห็นตบหน้าเด็กเล็ก ๆ ถ้าเป็นเด็กโตเห็นทีจะไม่กล้า ขืนไปตบเข้า คงถูกต่อยปากแน่

          นักเรียนโรงเรัยนอัสสัมชัญ ถ้าเรียนทางฝ่ายภาษาอังกฤษ เมื่อเรียนผ่านชั้นประถมและชั้นเตรียมแล้ว พอขึ้นชั้นหนึ่งและชั้นต่อ ๆ ไปครูผู้สอนจะอธิบายวิชาต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อเรียนชั้นสุดคือตั้งแต่ชั้น 3 ถึง ชั้น 6 ครูประจำชั้นมักเป็นชาวต่างประเทศ นักเรียนต้องฟังครูอธิบายเป็นภาษาอังกฤษตลอด ครูชาวต่างประเทศในโรงเรียนอัสสัมชัญที่เป็นคฤหัสถ์ เช่น อ้ายเด่น อ้ายทู่ จะไม่ใช่ชาวอังกฤษโดยตรง แม้ในระยะกาลต่อมาเมื่อพวกเจษฎาจารย์เข้ามารับหน้าที่สอน ครูที่สอนข้าพเจ้า เมื่ออยู่ห้อง 3 และห้อง 4 มีภราดาออกัสตัส ชาวฝรั่งเศสหรือสเปนใจดีมาก นักเรียนให้ฉายาว่า อ้ายล้าน ซึ่งควรจะเป็นคนใจน้อยมากกว่าใจดี ครูที่สอนอยู่ชั้น 5 และชั้น 6 ชื่อ ภราดากาเบรียล เป็นชาวฝรั่งเศสหรือสเปน เจษฎาจารย์ส่วนใหญ่มาจากสองชาตินี้ สอนดีเหมือนกัน และไม่ดุแต่เคร่งขรึม ในขั้นสูง ๆ มักไม่ปรากฏครูที่มีฉายาเป็นพิเศษ

          เมื่อข้าพเจ้าได้เลื่อนขั้นไปอยู่ชั้น 2 ก็ได้เรียนวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก วิชาภาษาอังกฤษก็ต้องหัดแต่ง หัดแปล ส่วนวิชาภาษาไทยก็เรียนหนังสือ วาหนิติ์นิกร ในขณะที่ท่านเรียนอยู่ชั้น 3 โรงเรียนมีงานปีเพื่อที่จะแสดงผลงานของนักเรียน และมีการแจกรางวัลแก่นักเรียนที่เรียนดีด้วย ข้าพเจ้าได้รับรางวัลเพราะทำคะแนนการแปลไทยเป็นภาษาอังกฤษ และอังกฤษเป็นไทย ได้ดีเยี่ยม


ยืนหน้าห้องกินข้าว

          ในโรงเรียนอัสสัมชัญ ขณะกินข้าวกลางวัน บาทหลวงที่เป็นครูก็เข้าไปกินข้าวกลางวันร่วมกับนักเรียนกินนอน ระหว่างรับประทานจะมีนักเรียนรุ่นใหญ่คนหนึ่งจะผลัดเวรกันขึ้นไปบนที่ที่จัดไว้ อ่านหนังสือให้เพื่อนผู้รับประทานอาหารฟัง นาน ๆ ที บาทหลวงจะทักขึ้นเมื่อผู้อ่านผิดคำ ผิดจังหวะ หรือผิดทำนอง  ผู้อ่านจะรับประทานอาหารกลางวันทีหลัง นักเรียนภายนอกจะไม่มีใครเดินผ่านไปทางนั้น บังเอิญข้าพเจ้าเดินผ่านไปจึงถูกให้ไปยืนหน้าห้องกินข้าว จนนักเรียนในห้องรับประทานอาหารอิ่มแล้วจึงไปได้ การที่ต้องไป “ยืนหน้าห้องกินข้าว” เป็นคำใช้เรียกนักเรียนที่ทำผิดมากจึงถูกลงโทษเพื่อให้เข็ด ข้าพเจ้าต้อง “ยืนหน้าห้องกินข้าว” เพราะพูดภาษาไทยขณะอยู่ในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนห้าม ถ้าจะพูดต้องพูดภาษาอังกฤษ  ในเดือนเดียวกัน ถ้าถูกจับได้ 3 ครั้ง จึงจะถูกลงโทษ


 

บรรณานุกรม
1. อัสสัมชัญประวัติ 115 ปี ,อุโฆษสาร 2000 หน้า 836 - 840.
2. อัตชีวประวัติพระยาอนุมานราชธน ตีพิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศล ในงานพระราชทานเพลิงศพ  พระยาอนุมานราชธน ณ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 14 ธันวาคม 2512.
3. จีน ของ เสฐียร โกเศศ ราชบัณฑิตยสถาน ตีพิมพ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาอนุมานราชธน ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2512.


Author: วัฒภูมิ ทวีกุล

อัสสัมชนิกเลขที่ 47985 รุ่น 126