เกร็ดประวัติศาสตร์ใน “อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา” : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระสันตะปาปาลีโอที่ ๑๓

ผู้เขียน : วัฒภูมิ ทวีกุล
product

               ใน “อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง” บทที่ 31 หลวง พินิจ วรพจน์[1]


กล่าวถึงเมื่อครั้งสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาลีโอที่ 13


               โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวละคร 3 ตัว คือ พ่อ และลูกชายอีก 2 คน ที่กำลังหาหนังสืออ่าน และเผอิญหยิบได้หนังสือราชกิจจานุเบกษาขึ้นมา ตัวละครผู้พ่อจึงเล่าสังเขปถึงหนังสือราชกิจจานุเบกษาว่า[2]

พระสันตะปาปาลีโอที่ 13 (Pope LEO XIII)

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/File:XIII.Leop%C3%A1pa1.jpg

 

               “…ด้วย ว่า หนังสือ พระ ราชกิจจา เล่ม นี้   มี ว่า ด้วย กิจการ บ้านเมือง อื่น, เปน เรื่อง น่า ฟัง หลาย ๆ เรื่อง.” บิดา พูด พลาง ทาง ก็ เอา หนังสือ พระ ราชกิจจา นั้น มาเปิด”

               ฟ.ฮีแลร์แสดงความสัมพันธ์ฉันมิตรสหายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระสันตะปาปาลีโอที่ 13


ต่างไม่ถือพระองค์ต่อกัน เสมือนคนธรรมดากระทำต่อกัน
ไม่มีเส้นแบ่งของศาสนาและเชื้อชาติ


               ความว่า[3]

               “…สันโต ปาปา  เสด็จ ลุก ขึ้น จาก พระ ที่ นั่ง ให้ สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง จับ และ จูบ พระหัตถ์   แสดงอัธยาศัย เคารพ แล้ว สันโต ปาปา ก็ เอื้อม พระ หัตถ์ ออก กอด รัด พระองค์ สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว ; ทรง ปฏิสันถาร ตอน รับ ซึ่ง กัน และ กัน ตาม สมควร”

               และภาพอันน่าประทับใจที่ทรงช่วยเหลือและจริงใจต่อกัน ระหว่างประมุขฝ่ายบ้านเมืองและประมุขฝ่ายคริสตจักร ความว่า[4]

               “…ครั้น ได้ เวลา ,พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้าอยู่หัว ทรงคำนับ ลา สันโต ปาปา ๆ ก็ ทรง พระ อุสาหะ ดำเนิร ออก มา ส่ง เสด็จ ถึง ห้อง ข้าง หน้า โดย ทรง ยินดี ; พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว เกรง ว่า สันโต ปาปา ทรง พระ ชรา มาก ,จะ ล้ม ลง ,จึง จับ พระ หัตถ์ สันโต ปาปา พยุง มา ,แล้ว สันโต ปาปา ทรง ตรัส ถวาย พระ พร ไชย มงคล เปน อเนก ประการ .”

บางตอนในอัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง บทที่ 31 หลวง พินิจ วรพจน์

ที่มา : อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอนกลาง หน้า 63 (พิมพ์ครั้งที่ 1)

 

               หลังจากนั้นพระสันตะปาปาก็ตรัสถวายพระพร เมื่อดำเนินเรื่องมาจุดนี้ ฟ.ฮีแลร์ลบเส้นแบ่งของศาสนา และเชื้อชาติอีกครั้ง โดยให้ตัวละครลูกชายถามพ่อถึงเหตุที่พระสันตะปาปาตรัสถวายพระพร เนื่องจากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ได้ทรงนับถือศาสนาคริสต์ ความว่า[5]


“…ทำ ไม พ่อ !   สันโต ปาปา จึง ให้ พร ใน หลวง อย่าง นี้ ?ใน หลวง ไม่ ใช่
คฤศตัง เข้า รีต นี่ !


               .คุณ หลวง พินิจ ผู้ เป็น บิดา จึง ตอบ ว่า :- “ขึ้น ชื่อ ว่า เปน พระ เจ้า อยู่ หัว แล้ว        ก็ มี พระ มหา กรุณาธิคุณ ต่อ พลเมือง ทั้ง สิ้น !            นี่ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง โปรด ชุบ เลี้ยง ปก ครอง รักษา บรรดา ไพร่ บ้าน พลเมือง        ซึ่ง เปน คฤศตัง เข้า รีต ให้ ได้ รับ ความ ศุข     ยุติธรรม เสมอ หน้า กัน กับ ใคร ๆ พระ คุณ อย่าง นี้            หนู จะ มิ ให้ ตอบ แทน บ้าง ฤา ? หนู จะ ไม่ ให้ องค์ พระ สันโต ปาปา ซึ่ง เปน บิดา ที่ รัก ของ เรา ทาง โน้น แสดง ความ ยินดี อวย ศีล ให้ พร กับ พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว        ซึ่ง เปน พระ บิดา ของ เรา ชาว ไทย ข้าง นี้ ฤา ? แต่ เรา เอง เรา ยัง อวย พร ให้ พระ เจ้า อยู่ หัว ของ เรา ด้วย ความ ยิน ดี อย่าง ยิ่ง ทำไม หนู จะ เห็น แปลก ใน การ ที่ สันโต ปาปา จะ อวย พร ให้ พระองค์ ทรง พระ เจริญ เล่า”

               ในย่อหน้าสรุป ฟ.ฮีแลร์นำคำสอนของพระเจ้าว่าด้วยความเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษามาเป็นตัวอย่างให้สอนให้มนุษย์ความปรารถนาดีต่อกัน ความว่า[6]

            “นี่ แนะ พจน์ !   พ่อ จะ ว่า ให้ ฟัง !          พระ ผู้ เปน เจ้า บน สวรรค์ นั้น     พระ องค์ ก็ ทรง พระ เมตตา กรุณา   ต่อ มนุษย์ ทุก ชาติ ทุก ภาษา ทุก ๆ คน  เสมอ มิ ได้ ขาด, ส่วน เรา ควร จะ ต้อง มี ใจ อารี อารอบ     อวย พร ให้ ศีล   ให้ เข้า ทุก คน เหมือน กัน     เรา จึง จะ ได้ชื่อ ว่า เปน ศิษย์ ของ พระ ผู้ เปน เจ้า ได้ คน หนึ่ง !”

            ในขณะที่แบบเรียนกล่าวถึงเรื่องของการเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นกัน โดยเป็นไปเพื่อการศึกษาศิลปวิทยาเพื่อนำกลับมาปรับปรุงประเทศ และเพื่อต่อต้านการคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมในสมัยนั้น


แบบเรียนกล่าวถึงการเข้าเฝ้าพระสันตะปาปาลีโอที่ ๑๓ ด้วย
แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดแต่อย่างใด[7]


 

อ้างอิงจาก

[1] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง. 2463. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 46 – 48.

[2] เรื่องเดียวกัน, หน้า  48.

[3] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง. 2463. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 47.

[4] เรื่องเดียวกัน.

[5] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง. 2463. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 47 – 48.

[6] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กลาง. 2463. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 48.

[7] หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 เล่ม 1. 2553. โดย วัฒนาพาณิช, หน้า 116 – 117.


Author: วัฒภูมิ ทวีกุล

อัสสัมชนิกเลขที่ 47985 รุ่น 126