เกร็ดประวัติศาสตร์ใน “อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา” : เจ้าสามพระยา

ผู้เขียน : วัฒภูมิ ทวีกุล
product

               ใน “อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กอ ขอ” บทที่ 87 อย่า อิจฉาฤษยา เขา[1]


ฟ.ฮีแลร์นำเหตุการณ์การแย่งชิงราชสมบัติของเจ้าอ้ายพระยา กับเจ้ายี่พระยาเมื่อสมเด็จพระนครินทราธิราชสวรรคตมาเป็นตัวอย่างในการสอนเรื่องความอิจฉาริษยา


               ความว่า[2]

               “พระราชบุตร ทั้ง สาม ครอง สมบัติ สบาย มา นาน,ครั้น พระราชบิดา  เสด็จ สวรรค์คต คือ ตาย แล้ว, เจ้า อ้าย พระ ยา กับ เจ้า ญี่ พระยาสอง องค์ พี่ น้อง ต่าง ก็ เกิด ความ อิจฉา ฤษยา ไม่ ยอม กัน; จึง ยก พล ทหาร พร้อม ด้วย เครื่อง สาสตราวุธ เข้า มา, ปรารถนา จะ ชิง ราช สมบัติ ขึ้น ครอง เสียเอง”

               เมื่อทำยุทธหัตถีกันสิ้นพระชนม์ลงทั้งสองพระองค์แล้ว บรรดาขุนนางเกรงว่าบ้านเมืองจะไม่สงบ จึงเชิญเจ้าสามพระยาขึ้นมาครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ความว่า[3]

               “ส่วน มุข มนตรี ข้า ราชการ ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ปฤกษา พร้อม เห็น ว่า บ้าน เมือง จะ เป็น จลาจล ด้วย ข้าศึก ศัตรู จึง พา กัน ไป ทูล เชิญ เสด็จ เจ้า สาม พระยา ให้ มา เปน พระ เจ้า แผ่นดิน, ได้ เปน ที่ ยิน ดี โสมนัศ แก่ ราษฏร ไพร่ บ้าน พล เมือง ทั่ว แผ่น ดิน สยาม ต่อไป”

บางตอนในอัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน ต้น บทที่ 55 อย่า อิษฉา ริษยาเขา ต่อไป

ที่มา : อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน ต้น หน้า 143 (พิมพ์ครั้งที่ 5)

 

               ซึ่ง ฟ.ฮีแลร์ก็ได้สรุปไว้ว่าที่เจ้าอ้ายพระยา กับเจ้ายี่พระยาแย่งชิงราชสมบัติกัน


เป็นเพราะเกิดความอิจฉาริษยาต่อกัน
ในขณะที่เจ้าสามพระยาไม่ได้คิดอิจฉาริษยาด้วย
จึงเป็นผลให้พระองค์ได้ครองราชสมบัติ


               ความว่า[4]

               “ข้อ นี้ ทุก คน คง เข้า ใจ ซิ ว่า      เจ้า อ้าย พระยา เจ้า ยี่ พระยา      รบ พุ่ง กัน เอง พี่ น้อง ก็ เพราะ อิจฉา ฤษยา ใน ราชสมบัติ,         ไม่ ยอม ให้ แก่กัน ตามธรรมดา ประเพณี จึง เปน มูล เหตุ ให้ ต้อง สิ้น พระชนม์.        ฝ่าย เจ้า สาม พระยา พระองค์ มิ ได้ มี จิตร อิจฉา ฤษยา ใน บรรดา ราชตระกูล ด้วย กัน,    จึง ได้ ครอง ราช สมบัติ โดย สะดวก ไม่ ต้อง พุ่ง รบ กัน, อยู่ ปรกติ จน หมด พระชนมายุ.”

               เรื่องราวของเจ้าพระสามพระยาในบทนี้ ฟ.ฮีแลร์ยกเค้าเรื่องมาจากพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ที่ถูกจัดทำขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งเราจะพบว่า


เรื่องราวในประวัติศาสตร์ไทยส่วนใหญ่ใน “อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา”
ถูกนำมาดัดแปลง ต่อเติม ตัดทอนจากพระราชพงศาวดารฉบับนี้


               ในขณะที่แบบเรียนที่นำมาศึกษาไม่ปรากฏเหตุการณ์การแย่งชิงราชสมบัตินี้ เพียงแต่กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ที่เกี่ยวกับการทำสงครามกับเขมร และล้านนา[5]

 

[1] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กอ ขอ. 2462. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 110 – 111.

[2] เรื่องเดียวกัน, หน้า 110.

[3] เรื่องเดียวกัน.

[4] อัสสัมชัญ ดรุณศึกษา ตอน กอ ขอ. 2462. โดย ฟ.ฮีแลร์, หน้า 111.

[5] หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน  ประวัติศาสตร์ เล่ม 1 ประวัติศาสตร์ไทย :เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ประเด็นวิภาค บุคคลสำคัญ และภูมิปัญญาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6. 2557. โดย สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ, หน้า 139


Author: วัฒภูมิ ทวีกุล

อัสสัมชนิกเลขที่ 47985 รุ่น 126