เที่ยวไร่อัสสัม : กวี อังศวานนท์

ผู้เขียน : กวี อังศวานนท์
product

เที่ยวไร่อัสสัม

กวี อังศวานนท์ เตรียมวิทยาศาสตร์ ปีที่ 2 ใน อุโฆษสาร 1954



       เมื่อเอ่ยถึงไร่สับปะรดของโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชาแล้ว นักท่องเที่ยวเกือบทุกท่านที่เคยไปศรีราชาคงรู้จักเป็นอย่างดี และมักจะพากันเรียกชื่อไร่อย่างสั้น ๆ ว่า “ไร่อัสสัม” ท่านทราบหรือไม่ว่า ทำไมผู้คนมากมายที่ไปเที่ยวศรีราชาเขาจึงรู้จักไร่อัสสัม ไร่อัสสัมคงจะมีอะไร ๆ ดีเป็นแน่ ชื่อของไร่จึงได้เลื่องลือไปไกล ถ้าข้าพเจ้าจะบอกท่านว่า เป็นไร่อะไรแล้ว ท่านก็จะร้อง “อ๋อ” ไปตามกัน นี่ข้าพเจ้าพูดสำหรับท่านที่เคยไปชมไร่มาแล้ว ส่วนท่านที่ยังไม่ทราบว่าเป็นไร่อะไร ข้าพเจ้าก็จะบอกให้ท่านเดี๋ยวนี้ คือว่า ไร่อัสสัมนั้น

 


เป็นไร่สับปะรดที่มีชื่อที่สุดของชลบุรี หรืออาจจะพูดได้ว่า เป็นที่ที่มีชื่อที่สุดของเมืองไทยก็ได้


 

       รุ่งอรุณของวันที่ 14 กรกฎาคม 2497 ข้าพเจ้ากับคณะบรรณาธิการอุโฆษสาร ซึ่งไปธุระเกี่ยวด้วยการจัดทำหนังสือ “อุโฆษสาร” ก็ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 6.30 น. ด้วยพาหนะรถจี๊บเล็ก ถึงจุดหมายปลายทาง คือ อัสสัมชัญศรีราชา เวลา 10.30 น. , ซึ่งล่าช้ามากเพราะตามธรรมดา รถวิ่งอย่างช้าก็เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าไม่มีอุปสรรค แต่นี่เป็นเพราะยางเจ้ากรรมของยานจี๊บที่ข้าพเจ้าใช้เป็นพาหนะ เกิดแตกในเวลาไร่เรี่ยกันถึงสองเส้น จึงยุ่งกันใหญ่กว่าจะจัดการปะยางเรียบร้อยก็เล่นเอาเสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมง เมื่อไปถึงอัสสัมชัญแล้ว พวกเราก็รีบจัดทำธุระ ที่พวกเราได้รับมอบหมายให้ทำโดยทันที กว่าการงานของพวกเราจะเรียบร้อยก็เป็นเวลา 15.00 น. พวกเราเห็นว่า ยังมีเวลาเหลือพอที่จะไปหาที่เที่ยวได้อีกสักแห่งหนึ่ง บางทีอาจได้เรื่องมาลงใน “อุโฆษสาร” ก็ได้ จึงปรึกษากันในระหว่างพวกเรา คนหนึ่งเสนอความเห็นว่าไปเที่ยวไร่สับปะรดของโรงเรียนดีกว่า เพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไรนัก ทุกคนตกลงไปชมไร่สับปะรด จี๊บของเราออกจากโรงเรียนวิ่งไปประมาณ 5 นาที ก็ถึงไร่

 

 

       ณ ที่นั่น เราได้พบท่าน ภราดาเทโอฟาน ซึ่งเป็นผู้นำของเราชมไร่ในครั้งนี้ และให้ความร่วมสะดวกแก่เราทุกอย่าง ไร่อัสสัมนี้มีเนื้อที่สำหรับปลูกสับปะรดกว้างขวางมาก มีดินดี เป็นดินปนทราย เหมาะแก่การปลูกสับปะรดเป็นอย่างยิ่ง ในไร่มีต้นสับปะรด ซึ่งกำลังเจริญเติบโตงอกงามอยู่ราวสองแสนต้น และในสำนวนสองแสนต้นนี้ จะทยอยกันออกผลเรื่อยไปตั้งแต่เดือนธันวาคม - มกราคม จนถึงเดือนพฤษภาคม จึงเป็นอันหมดหน้าสับปะรด จำนวนคนงานที่ทำงานในไร่ทั้งหมดประมาณ 20 คน แต่ละคนทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง นอกจากคนงานแล้ว ยังมีรถแทรคเตอร์อีกหนึ่งคัน ซึ่งช่วยทุ่นแรงคนงานมาก ท่านภราดาได้อธิบายให้พวกเราฟังว่า การปลูกนี้ จะต้องปลูกในฤดูฝน และตามหลักของการปลูก จะต้องปลูกให้มีระยะห่างกันต้นละ 2 ศอก เพื่อจะได้มีผลใหญ่ แต่ถ้าผลใหญ่นัก ก็จะทำให้สับปะรด มีรสเปรี้ยวแกม ไม่หวานฉ่ำตลอดผล เพื่อจะให้มีรสหวานฉ่ำตลอดผล ท่านจึงปลูกให้มีระยะชิดเข้ามาอีก คือ แทนที่จะห่างกัน 2 ศอกก็ปลูกกันให้ห่างแต่เพียงศอกเดียว ด้วยวิธีนี้ผลก็ย่อมเล็กลงนิดหน่อย มีน้ำหนักอย่างมากสามกิโลกรัม แต่รสนั้นจะหวานฉ่ำมาก การปลูกสับปะรดนี้ เราไม่ต้องระวังอะไรให้มาก คือไม่ต้องคอยรดน้ำ อาศัยธรรมชาติอย่างเดียวก็พอ แต่ถ้าจะให้สับปะรดเจริญงอกงาม และให้ผลเร็วแล้ว จะต้องมีการใช้ปุ๋ยและฉีดยาด้วย (ทั้งนี้มิได้หมายความว่า เอาเข็มไปแทงลำต้นแล้วฉีดยาเข้าไป แต่เขามีเครื่องฉีดคล้ายเครื่องฉีดยากันยุง ฉีดพ่นไปที่ยอดสับปะรด) การทำเช่นนี้ อาจได้ผลสองครั้งในปีหนึ่ง นอกจากสับปะรดแล้ว ท่านยังปลูกส้มลงในระหว่างสับปะรดอีกด้วย ไม่ใช่ส้มเขียวหวาน เขาเรียกว่า ส้มไร่

 

 

       เมื่อพวกเราได้ชมไร่อัสสัมโดยสมควรแก่เวลาแล้ว ก็ลาภราดาเทโอฟานกลับไปที่โรงเรียน ลาภราดาที่โรงเรียนแล้วก็มุ่งกลับกรุงเทพฯ โดยจี๊บยานคู่ยากของเราและถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พวกเราขอขอบคุณท่านภราดาเทโอฟานไว้ ณ ที่นี้ด้วยในการที่ท่านได้มีใจกรุณาเอื้อเฟื้อพาพวกเราชมไร่ของโรงเรียน และให้ความสะดวกทุกอย่างในขณะที่พวกเราชมอยู่นั้น พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานของท่านคงจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น และทำผลประโยชน์ให้แก่โรงเรียนอันเป้นที่รักของเราอย่างมหาศาล


Author: กวี อังศวานนท์